ขอบเขตของการดำเนินงาน

 

การดำเนินการประเมินผลและปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา สามารถแบ่งแยกกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ 1) การประเมินผลผังเมืองรวม 2) การปรับปรุงผังเมืองรวม โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1) การประเมินผลผังเมืองรวม

     การดำเนินงานศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลเพื่อประเมินผลผังเมืองรวมเมืองนครราชสีมา จะดำเนินการโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานและคู่มือของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งมีสาระสำคัญที่ใช้ในการประเมินเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านประชากร ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านคมนาคมและขนส่ง และด้านปัจจัยที่มีผลต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดของการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน ดังนี้

1.)การประเมินผลด้านประชากร

(1.1) การพิจารณาเป้าหมายประชากร

     ประเมินเพื่อให้ทราบว่าการคาดการณ์ประชากรในเป้าหมายของการวางผัง เป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ โดยพิจารณาจำนวนประชากร ซึ่งคาดประมาณไว้ตั้งแต่ปีที่วางผังเมืองรวม ว่าเมื่อถึงปีปัจจุบัน (ปีที่ทำการประเมินผล) จะมีจำนวนประชากรเท่าไรมาเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรปัจจุบัน (ปีที่ทำการประเมินผล) ที่ได้จากการคำนวณขนาดครัวเรือนเฉลี่ยในเขตปกครอง มารวมกับค่าสัมประสิทธิ์ (ค่าคงที่) ตามประเภทอาคาร ถ้าประชากรที่คาดประมาณไว้ต่ำกว่าประชากรปีปัจจุบัน แสดงว่าเมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยต้องทำการศึกษาหาสาเหตุที่เป็นปัจจัยในการเปลี่ยนแปลง และพิจารณาว่าหากถึงปีเป้าหมายของผังแล้ว ผังยังสามารถรองรับการเติบโตของประชากรในอัตรานี้ได้หรือไม่ ในกรณีที่จำนวนประชากรที่คาดประมาณไว้มีจำนวนสูงกว่าปีปัจจุบัน แสดงว่าเมืองมีการขยายตัวค่อนข้างช้าหรือเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ  

(1.2) การพิจารณาค่าความหนาแน่น

การพิจารณาค่าความหนาแน่น นำค่าความหนาแน่นมาเปรียบเทียบกับค่าความหนาแน่นตามเกณฑ์และมาตรฐานผังเมืองรวม แยกตามประเภทของเมือง เพื่อทราบผลในการพิจารณาปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณนั้นหรือไม่

2.การประเมินผลการใช้ประโยชน์ที่ดิน

     ศึกษาและวิเคราะห์หาความแตกต่างของการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละบริเวณหมายเลขนับตั้งแต่มีการประกาศกฎกระทรวงบังคับใช้ตามกฎหมายผังเมืองรวม จนถึงปีที่ทำการประเมินผล เช่น ข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่จริง ข้อมูลจาก Map Info ข้อมูลจากปูมเมืองหรือจากการติดตามผลผังเมืองรวมรายปี ซึ่งมีรายละเอียดประเภทของอาคารและพื้นที่อาคารคลุมดินในการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละบริเวณหมายเลข โดยนำมาคำนวณหาพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท เพื่อให้ทราบถึงผลการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมือง 

2.1) พิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินหลัก และการใช้ประโยชน์ที่ดินรอง

     โดยในกฎกระทรวงผังเมืองรวมได้มีการกำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินหลัก หมายถึง การใช้ประโยชน์ที่ดินที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่น้อยกว่าร้อยละตามข้อกำหนด ส่วนการใช้ประโยชน์ที่ดินรอง หมายถึง การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อนุญาตให้เกิดขึ้นได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่ยกเว้นในข้อกำหนด

     กรณีที่ไม่มีข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการสำรวจพื้นที่จริง สามารถหาพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน จากการคำนวณโดยใช้พื้นที่อาคารคลุมดินแยกตามประเภทของอาคารตามการใช้ประโยชน์ที่ดินหลักและที่ดินรอง คำนวณหาพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินหลักและรองเพื่อที่จะทราบถึงผลการใช้ประโยชน์ที่ดินรองเกินเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด ยกเว้นในกฎกระทรวงหรือไม่ โดยพิจารณาเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินที่อนุญาตให้ใช้เพื่อกิจการอื่น แต่หากสามารถหาข้อมูลพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินโดยวิธีอื่นได้ เช่น จากการสำรวจพื้นที่การใช้ประโยชน์ที่ดินจริงทั้งหมด ฯลฯ ก็ไม่ต้องใช้วิธีคำนวณหาพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดินจากพื้นที่อาคาร 

(2.2) การพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ผิดไปจากกฎกระทรวงที่กำหนดไว้   

     ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ผิดไปจากกฎกระทรวง ในส่วนของข้อห้ามตามข้อกำหนด ซึ่งมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณดังกล่าว โดยการตรวจสอบประเภท และกิจกรรมของอาคารบริเวณที่ตั้ง ซึ่งใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการทางกฎหมาย และแนวทางในการปรับปรุงผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตต่อไป

(3) การประเมินผลโครงการคมนาคมและขนส่ง

3.1)ตรวจสอบการดำเนินการในด้านคมนาคมและขนส่ง ตามประกาศกฎกระทรวง ผังเมืองรวม ว่าได้มีการดำเนินการตามเป้าหมายหรือไม่เพียงใด ซึ่งจะใช้แนวทางในการปรับปรุงผังคมนาคมและขนส่งต่อไป ประกอบด้วย

(1) การกันแนวหรือไม่กันแนวเขตถนนเดิมขยาย มีการดำเนินงานโดยการกำหนดระยะถอยร่นของอาคารที่ปลูกสร้างใหม่หรือไม่   ในแนวถนนสายใดบ้าง

(2) การปักหมุดแนวเขต ถนนโครงการตามกฎกระทรวงผังเมืองรวม มีการดำเนินการหรือไม่ ในแนวถนนสายใดบ้าง
   

3.2) ตรวจสอบการก่อสร้างแนวถนน ผิดไปจากกฎกระทรวงผังเมืองรวมที่กำหนดไว้หรือไม่ สายใดบ้าง

3.3) ตรวจสอบแนวถนนโครงการสายใด  ที่อาจไม่สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเมือง

3.4) ตรวจสอบการก่อสร้างอาคาร โครงการ ล้ำหรือขวางตามแนวถนนที่กำหนดไว้หรือไม่ สายใดบ้าง

3.5) สรุปผลการดำเนินงานตามแผนผังโครงการคมนาคมและขนส่ง

 

4.การประเมินผลปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชนเมือง

4.1)พิจารณาบทบาทความสำคัญของเมืองและโครงการพัฒนา

(1) พิจารณาบทบาทของเมืองที่มีลักษณะเป็นศูนย์กลางด้านใด เช่น เป็นศูนย์กลางด้านการบริหารการปกครอง ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ ในระดับใด เช่น ภาคอนุภาค จังหวัด อำเภอ หรือท้องถิ่น ฯลฯ

(2) มีการกำหนดโครงการพัฒนาที่สำคัญขึ้นในพื้นที่ผังเมืองรวมหรือบริเวณใกล้เคียงที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบทบาทของเมือง เศรษฐกิจ และจำนวนประชากร ซึ่งจะเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาปรับปรุงผังเมืองรวม

(4.2) วิเคราะห์ทิศทางการขยายตัวของเมือง

     โดยพิจารณาสภาพความเป็นจริงในพื้นที่จากการเพิ่มของอาคารโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินว่าส่วนใหญ่เกิดในทิศทางใดของผังเมืองรวม และเปรียบเทียบให้เห็นว่าการขยายตัวดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มที่กำหนดในการวางผังแนวความคิด (Conceptual Plan) หรือไม่

(5) จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง

    จัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการดำเนินงานให้เกิดระบบเปิดของการสื่อสาร แบบสอบถามในงานประเมินผลผังเมืองรวม คือ การประชาสัมพันธ์ให้มีการรับรู้ในงานผังเมืองรวม และสำรวจรับความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการรับรู้และความเข้าใจในงานผังเมืองรวม เพื่อสำรวจการมีส่วนร่วม และเพื่อสำรวจความคิดเห็นต่อผังเมืองรวม เป้าหมายในการสำรวจแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรท้องถิ่น

กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย ประชาชนและองค์กรเอกชน โดยการดำเนินการจัดทำแบบสอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง จะทำตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง

(6) สรุปการประเมินผลผังเมืองรวม

     สรุปการประเมินผลผังเมืองรวม พร้อมข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขผังเมืองรวม หรือให้ประกาศกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้ต่อไป

 2) การวางและจัดทำผังเมืองรวม

     เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ การดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวม มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้

  (1) รวบรวมและศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ  ดังนี้
   (1.1) ข้อมูลด้านนโยบาย โครงการและแผนพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับพื้นที่โครงการในทุกระดับ ได้แก่ ผังประเทศ ผังภาค ผังเมืองรวมจังหวัด  แผนพัฒนาฯ ระดับชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนา ระดับภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัด แผนพัฒนาในระดับท้องถิ่น เป็นต้น
   (1.2) ข้อมูลด้านกายภาพในระดับจังหวัด อำเภอและพื้นที่โครงการ ได้แก่ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะลมฟ้าอากาศ ปริมาณน้ำฝน ลักษณะธรณีวิทยา ลักษณะธรณีสัณฐานวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติ (ป่าไม้พืชพรรณ แร่ธาตุ ฯลฯ) สภาพทางชลศาสตร์ ลุ่มน้ำ ระบบระบายน้ำธรรมชาติ และนิเวศวิทยา เป็นต้น
   (1.3) ข้อมูลแผนที่ฐาน (Base Map) ในพื้นที่โครงการ 
   (1.4) ข้อมูลด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคาร  ในพื้นที่โครงการ 
     - ลักษณะการตั้งถิ่นฐานในอดีตและปัจจุบัน  ระบบชุมชน
     - การใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีตและปัจจุบัน ราคาประเมินที่ดินเป็นต้น
     - ลักษณะอาคาร ได้แก่ จำนวน/ขนาด/ประเภท ของอาคาร ความสูง/ชั้นของอาคารและรูปแบบสถาปัตยกรรม ข้อมูลด้านที่โล่งที่ว่างของเมือง เช่น สนามกอล์ฟ และที่สาธารณะ เป็นต้น  
   (1.5) ข้อมูลประชากรในระดับจังหวัด และพื้นที่โครงการ ได้แก่ จำนวนประชากรย้อนหลัง ความหนาแน่นและการกระจายตัวของประชากร โครงสร้างประชากร ประชากรเกิด ตาย ย้ายถิ่น ประเภทและขนาดครัวเรือน ประชากรแฝง    เป็นต้น
   (1.6) ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์มวลรวม ลักษณะการผลิตรายสาขาในระดับจังหวัด อาชีพและรายได้ของประชากร สภาพเศรษฐกิจของชุมชน จำนวนและประเภทกิจการและบริการ สถาบันการเงิน จำนวนและประเภทอุตสาหกรรมด้านแรงงานในสถานประกอบการ การคลังท้องถิ่น รายจ่ายของท้องถิ่นในพื้นที่โครงการ เป็นต้น
   (1.7) ข้อมูลสังคมในพื้นที่โครงการ ได้แก่ จำนวนประเภทที่ตั้งและการกระจายตัวของสถานที่ราชการสถานศึกษา  สถาบันทางการแพทย์และสาธารณสุข ศาสนสถาน ตลาดสด สถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น
   (1.8) ข้อมูลด้านระบบคมนาคมและขนส่งของพื้นที่โครงการและพื้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปริมาณการจราจรลักษณะการจราจร เขตทาง สภาพของถนน สถิติรถยนต์ สถิติรถยนต์สาธารณะ รถโดยสาร และที่จอดรถของสถานที่สาธารณะ  เป็นต้น
   (1.9) ข้อมูลด้านระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ได้แก่ สภาพภูมิประเทศ สภาพแหล่งน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบการประปา การระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วม การบำบัดน้ำเสีย ขยะมูลฝอย โรงฆ่าสัตว์ ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
   (1.10) ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด และพื้นที่โครงการ ได้แก่  ลักษณะประเภทและคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในบริเวณพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งจำนวนและจำแนกเกณฑ์คุณภาพของที่พักการบริการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร  การเดินทางโดยระบบโดยสารสาธารณะ เป็นต้น
   (1.11) ข้อมูลด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ได้แก่ กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม กฎหมายควบคุมอาคารข้อกำหนดและกฎหมายทางด้านผังเมืองทุกประเภทและทุกระดับ กฎหมาย จัดรูปที่ดิน กฎหมายส่งเสริมการลงทุน กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการ

  (2) การวิเคราะห์ข้อมูล
   (2.1) ด้านนโยบาย ทบทวนโครงการพัฒนาและแผนพัฒนาในระดับจังหวัด และพื้นที่โครงการ  ศึกษาวิเคราะห์นโยบาย โครงการพัฒนาและแผนพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่โดยระบุกรอบและเกณฑ์ให้ชัดเจน
   (2.2) ด้านกายภาพ ศึกษาวิเคราะห์ในระดับจังหวัด และพื้นที่โครงการ ด้านสภาพที่ตั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ธรณีวิทยา ธรณีสัณฐาน ความลาดชัน ทิศทางการไหลของน้ำ ความลาดชัน สมรรถนะดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่รับน้ำเพื่อให้ทราบถึงปัญหา ข้อจำกัดและศักยภาพของพื้นที่
   (2.3) ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารในพื้นที่โครงการ ศึกษาวิเคราะห์ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคารประกอบด้วยเรื่องต่างๆ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้
     - ลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชุมชนเมืองในอดีตและปัจจุบัน รูปแบบของเมือง (Pattern Urban) และแนวโน้มในอนาคต
     - แนวโน้มการขยายตัวของชุมชนเมือง โดยศึกษาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีตถึงปัจจุบันในภาพรวม แยกตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม เป็นต้น  ศึกษาและวิเคราะห์ความหนาแน่นของการใช้ที่ดิน ศึกษาวิเคราะห์พื้นที่ที่มีข้อจำกัดและศักยภาพในการพัฒนา เช่น พื้นที่ป่า พื้นที่อนุรักษ์ รวมทั้งผลกระทบต่อพื้นที่อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ทิศทางการขยายตัวของชุมชนเมือง
     - การเปลี่ยนแปลงระบบชุมชน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นเมือง/ชุมชน รูปแบบการกระจายตัวของชุมชนเมือง ความเชื่อมโยงของระบบชุมชน และแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
     - การวิเคราะห์ประเภท กิจกรรม ชนิด ขนาด สภาพและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอาคาร พื้นที่อาคารคลุมดินและพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมของการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภท  
     - ศึกษาที่อยู่อาศัยในด้านลักษณะ รวมทั้งการประมาณการความต้องการการใช้พื้นที่อาคารและที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในอนาคต
     - ศึกษาด้านพาณิชยกรรม และศูนย์กลางเมืองทั้งศูนย์กลางหลัก ศูนย์กลางรอง รวมทั้งการคาดประมาณความต้องการการใช้พื้นที่อาคารและที่ดินด้านพาณิชยกรรมเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต
     - ศึกษาด้านอุตสาหกรรม จำแนกประเภทขนาด ความหนาแน่นและความสัมพันธ์กับเมืองในด้านแรงงาน ความสัมพันธ์กับแหล่งวัตถุดิบและตลาด รวมถึงความเหมาะสมทางกายภาพของที่ตั้งของอุตสาหกรรม คลังสินค้า ลานคอนเทนเนอร์ หรือแหล่งวัตถุอันตรายเพื่อไม่ให้เกิดการขยายตัวในทิศทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การตั้งอยู่ใกล้กับชุมชน หรือการขยายตัวของอุตสาหกรรมเข้าไปในพื้นที่เกษตรกรรม เป็นต้น
     -  ศึกษาด้านพื้นที่เกษตรกรรม วิเคราะห์พื้นที่ที่มีคุณค่าทางด้านเกษตรกรรมและเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกและการขยายตัวจากความเป็นเมือง 
   (2.4) ด้านประชากร ศึกษาประชากรในปัจจุบัน จากทะเบียนราษฎร์ สำมะโนประชากร ประชากรแฝง กลุ่มอายุตามโครงสร้างอายุ  ประชากร การเกิด การตาย การย้ายถิ่น ขนาดครัวเรือน การขยายตัว ความหนาแน่น การเปลี่ยนแปลงของประชากร  อัตราการเพิ่ม และแนวโน้มของประชากรในอนาคตโดยทำการศึกษาทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ เทศบาล และชุมชน กำหนดเป้าหมายประชากรสอดคล้องกับผังเมืองรวม
   (2.5) ด้านเศรษฐกิจ ศึกษา วิเคราะห์ ด้านผลผลิตมวลรวม (GDP) ทั้งในสภาพปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงในระยะที่ผ่านมา อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัดและพื้นที่โครงการ แนวโน้มและเป้าหมายในอนาคต ทำการศึกษาวิเคราะห์ด้านแรงงาน สัดส่วนของประชากรวัยแรงงานกับประชากรรวมตามโครงสร้างอายุ และการคาดประมาณแรงงานในอนาคต ทำการศึกษาวิเคราะห์ด้านสถานประกอบการ แรงงานต่างกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่กระจายในแหล่งงานหรือสถานประกอบการในพื้นที่โครงการ เป็นต้น
   (2.6) ด้านสังคม ศึกษาวิเคราะห์บทบาทและสถานภาพการบริการทางสังคมและสาธารณูปการของพื้นที่โครงการในปัจจุบัน ปัญหาและข้อจำกัด ความต้องการและการกระจายตัวของการให้บริการในอนาคต เช่น ศูนย์ราชการ สวนสาธารณะ สนามกีฬา สถานศึกษา การบริการสาธารณสุข สถานีดับเพลิง สถานีตำรวจ โรงฆ่าสัตว์
   (2.7) ด้านระบบคมนาคมและขนส่ง ศึกษาสภาพการจราจรในปัจจุบันของพื้นที่โครงการ ประกอบด้วยปริมาณการจราจร ปัญหาการจราจร การขนส่งสาธารณะ ที่จอดรถและแนวโน้มในอนาคต รวมถึงการวิเคราะห์การจัดลำดับความสำคัญและแบ่งหน้าที่ของถนนในการใช้เพื่อการสัญจรของชุมชนและการขนส่งเพื่อการอุตสาหกรรม  เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยในการเสนอแนะระบบคมนาคมขนส่งในอนาคตจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดจากการเวนคืนที่ดินจากประชาชนในพื้นที่ด้วย
 
   (2.8) ด้านสาธารณูปโภค ศึกษาและวิเคราะห์ สภาพการให้บริการสาธารณูปโภคในปัจจุบันของพื้นที่โครงการ ปัญหาและปริมาณความต้องการในอนาคต ในเรื่องการประปา การระบายน้ำฝน ระบบระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วม การกำจัดขยะมูลฝอย การบำบัดน้ำเสีย
   (2.9) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาวิเคราะห์ สภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันของพื้นที่โครงการ การเปลี่ยนแปลง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในอนาคต รวมทั้งการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยจากธรรมชาติและการทำลายสิ่งแวดล้อม
   (2.10) ด้านศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน เอกลักษณ์ท้องถิ่น ตลอดจนเรื่องราวที่เป็นความภาคภูมิในท้องถิ่นที่สามารถแปลงเป็นพื้นที่ควรอนุรักษ์ทางกายภาพได้
   (2.11) ด้านการท่องเที่ยว ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา ศักยภาพ แนวโน้มและทิศทางในการพัฒนาในอนาคตของการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและพื้นที่โครงการ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ฯลฯ รวมทั้งศึกษาความเชื่อมโยงของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่โครงการกับพื้นที่โดยรอบ
   (2.12) ด้านกฎหมาย วิเคราะห์กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ของท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการ การใช้บังคับกฎหมายในพื้นที่ที่มีผลต่อการวางผังเมืองรวม ศึกษา วิเคราะห์ ผังเมืองทุกประเภทและทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการ

  (3) การจัดทำผังเมืองรวม
   (3.1) การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์
     กำหนดวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ แนวคิดและผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและนโยบายการใช้ที่ดินพร้อมด้วยระบบคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ของการพัฒนาพื้นที่โครงการ
   (3.2) การวางและจัดทำผังเมืองรวม โดยการแปลงแนวคิดการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Landuse Plan) ออกมาเป็นผังเมืองรวมเพื่อการใช้บังคับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
     (1) วัตถุประสงค์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวม
     (2) แผนที่แสดงเขตของผังเมืองรวม
     (3) แผนผังซึ่งทำขึ้นเป็นฉบับเดียวหรือหลายฉบับ พร้อมด้วยข้อกำหนด โดยมีสาระสำคัญทุกประการหรือบางประการ ดังต่อไปนี้
      (ก) แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท
      (ข) แผนผังแสดงที่โล่ง
      (ค) แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง
      (ง) แผนผังแสดงโครงการกิจการสาธารณูปโภค
     (4) รายการประกอบแผนผัง
     (5) นโยบาย มาตรการและวิธีดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของผังเมืองรวม
     (6) ตัวชี้วัดความสัมฤทธิ์ผลของผัง
   (3.3) การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ
     (1) จัดทำผังกลยุทธ์ (Strategy Plan) ระยะ 5  10  15 และ 20 ปี เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ โดยจัดทำงบประมาณ จัดลำดับความสำคัญของโครงการ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
     (2) จัดทำนโยบาย แนวทาง และการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ตามแผนผัง
     (3) จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ใน 5 ปีแรก และการจัดองค์กรของหน่วยงานรับผิดชอบและกลไกด้านการผังเมือง
     (4) เสนอแนะแนวทางในการใช้บังคับกฎกระทรวงผังเมืองรวม กลไกการบริหารจัดการด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง
     (5) แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย และแนวทางการเพิ่มแรงจูงใจให้บรรลุวัตถุประสงค์ ตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท   
   (3.4) การติดตามและประเมินผล
     (1) เสนอแนะแนวทาง ลำดับขั้นตอน เครื่องมือและกลไกการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามผังเมือง
     (2) เสนอแนะแนวทางการใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ หรือข้อมูลพื้นฐาน  เพื่อการวางและจัดทำแผนผังในการเฝ้าระวัง  ติดตามและประเมินผลลัพธ์ของการใช้บังคับผังเมือง
     (3) เสนอแนะแนวทางการใช้มาตรการทางผังเมืองติดตามผลและทบทวน ปรับปรุงผังเมืองรวม